สถานที่ในทุกมุมโลกต่างๆ
ยินดีต้อนรับสู่สถานที่ในทุกมุมโลก
วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
สถานที่แปลกๆ!
หินจอมดริฟแห่งชายหาด " Racetrack Playa "
หินจอมดริฟนี้มีชื่อเต็มว่า " Sailing Stones " เกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนี่ย อยู่ในอุทยานแห่งชาติ เดท วิลลี้ย์ ( Deat Valley )
โดยลักษณะคือ มีก้อนหินที่มีรอยลากเหมือนมันกำลังเคลื่อนที่มาเป็นทางยาว ซึ่งพื้นที่บริเวณนั้นเป็นแอ่งทะเลสาป
พื้นดินมีสภาพเป็นดินเหนียวอ่อนๆ ประกอบจากดินเหนียวและตะกอนต่างๆ บริเวณที่เกิดรอยนั้นไม่พบรอยเท้าของสิ่งมีชีวิตใดๆ
สิ่งที่ทำให้ผมตั้งชื่อเจ้าหินประหลาดแห่งหาดเรสแืทร็คแห่งนี้ว่าหินจอมดริฟคือลักษณะการเคลื่อนที่ของมันในบางช่วงนั้นเคลื่อนที่
เป็นแนวโค้งซึ่งคล้ายการเข้าช่วงโค้งในการดริฟ ซึ่งสาเหตุของการเคลื่อนที่เองของหินเหล่านี้มีหลายสาเหตุแต่ยังคงเป็นเป็นเพียงทฤษฏีเชิงสมมุติฐานอยู่ มี 2 ทฤษฏี คือ 1. เกิดจากการพัดของลม 2. เกิดจากชั้นน้ำแข็งบางๆใต้ก้อนหินโดนลมพัดส่งผลให้ตัวก้อนหินนั้นเกิดการสไลด์ตัวออกไปเรื่อยๆ โดยปรากฏการหินเคลื่อนที่นี้มักจะเกิดขึ้นทุกๆ 2-3 ปี และการเคลื่อนที่ของมันั้นจะใช้เวลาประมา๊ณ 3-4 ปี ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ความจริงว่าการเคลื่อนที่ของมันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ? สัตว์ หรือใครบางคนกำลังทำอะไรบางอย่างให้เราแปลกใจเล่นอยู่ ?
ดินแดนน้ำตกสรวงสวรรค์
ดินแดนน้ำตกสรวงสวรรค์
นกอีก๋อย ลูกเสือเตี้ยป้อมและความฝันของปูคาร์ล " Mount Roraima "
หากใครเคยดูอนิเมะชั่นเรื่ีอง " UP ปู่ซ่าบ้าพลัง " คำร้องอ๋อเมื่อเห็นสถานที่นี้ ซึ่งในเนื้อเรื่องนั้นจะกล่าวถึงการเดินทางร่วมกันของ " รัสเซิล " ลูกเสือสำรองตัวอ้วน กับ " คาร์ล เฟร็ดดิกเซนต์ " ชายแก่ขี้บ่น ขี้วีน ที่มีความฝันที่อยากจะเดินทางไปยัง " น้ำตกสรวงสวรรค์ " กับ " เอลลี่ " ภรรยาผู้ล่วงลับตามคำสัญญาร่วมกัน พร้อมกันนั้น มีนกประจำถิ่นอย่าง " นกอีก๋อย หรือ เคลวิน " นกยักที่รัสเซิลพบบนสถานที่แห่งนี้ หลายคนอาจจะคคิดว่าว่น้ำตกสร้วงสวรรค์หรือดินแดนที่ปู่คาร์ลไปนั้นอาจจะมีอยู่แค่ในการ์ตูน แต่ความจริงแล้ว ดินแดนแห่งนี้มีอยู่จริง!
จริงๆจะเรียกว่าเหมือนในแอนเ้มชั่นอาจจะไม่ถูก ต้องเรียกว่าเกือบจะใช่เลยก็ว่าได้ ชื่อจริงของดินแดนแห่งนี้มีชื่อว่ายอดเขา " Mount Roraima (โรลาห์ อิม่า) " โดยยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อเมริกาใต้ พื้นที่นั้นมีขนาดครอบคลุม 3 ประเทศด้วยกัน คือ บราซิล เวเนซุเอลาและกียานา การเกิดยอดเขานี้มีการตั้งสมมุติฐานว่าอาจจะเกิดจากการกัดเซา่ะของลมและฝน ยอดเขาแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ที่สุดจากเกิดจากการก่้อตัวทางธรณีวิทยา และสิ่งที่น่าสนใจวมากกว่านั้นคือมีการกล่าวว่าทีั่แห่งนี้มีสัตว์ประจำถิ่นอยู่ซึ่งดำรงชีวิตอยู่บนนี้มานาน อ๊ะ หรือว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะเป็นเจ้าตัวนี้....
แม่น้ำสีน้ำชา " Rio Tinto "
แม่น้ำสีน้ำชา " Rio Tinto "
พูดถึงน้ำชาหลายท่านคนนึกถึงน้ำสกัดจากใบชาชนิดต่างๆ สีนั้นจะแตกต่างกันออกไปแต่ถ้าเป็นออริจินอลจริงๆคือ " สีแดงอมน้ำตาล " ที่นี่ก็มีเหมือนกัน แถมมีเยอะเ้ป็นแม่น้ำเลยทีเดียว สถานทีท่แห่งนี้คือ " Rio Tinto ( ริโอ ตินโต ) "
ที่บอกว่ามันเป็นน้ำชาเพราะสีของน้ำนั้นมีสีแดงอมน้ำตาลเหมือนน้ำชาที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ แม่น้ำสายนี้อยู่ในประเทศสเปน มันไหลออกมาจากเหมืองแร่ที่มีการขุดเจาะมานานนับศตวรรษจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ และด้วยเหตุนี้เองทำให้มีแร่ธาตุนั้นไหลปะปนออกมากับน้ำด้วย ส่งผลให้น้ำนั้นมีสีแดงนั่นเอง
เกาะแห่งชายแปลกหน้า " Easter Island "
เกาะแห่งชายแปลกหน้า " Easter Island "
นับเป็นสถานที่ที่ดูพิศวงไม่แพ้สถานที่อื่นๆที่กล่าวมาก ความพิศวงของมันนั้นเห็นได้ชัีดเจนคือรูปปั้นคล้ายคนขนาดมหึมาปริศนาที่คาดว่าเกิดจากการแกะสลัก สิ่งที่น่าแปลกและน่าสงสัยคือ "จุดประสงค์ของมันคืออะไร มันมาได้ยังไง แล้วใครเป็นคนทำ และมนุษย์ยุคก่อนนั้นใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีอะไรในการเคลื่อนย้ายมันมา่ที่นี่ "
" โมอาย " เป็นชื่อเรียกที่ถูกตั้งขึ้นของบรรดารูปแกะสลักหินอันใหญ่โตที่วางตั้งเรียงรายอยุ่บนเกาะอิสเตอร์ มีการกล่าวว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการขุดเจาะไปถึงรากเง่าของคนบนเกาะอิสเตอร์ถึงระดบัผู้เฒ่าผู้แก่เรื่องโมอาย ซึุ่งได้รับคำตอบมาว่า " มันเดินลงมาเอง " (หา!! หินเดินได้ ) ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อแน่นอน และที่สำคัญสิ่งที่น่าสสงสัยไปกว่านั้นคือเขาใช้อะไรในการแกะสลัีกหินที่มีความแข็งแรงขนาดนี้กัน แถมไม่ใช่แค่แกะสลักตัวเดียวดันไปสลักเอาทั่วเกาะ รวมแล้วประมาณ 900 ตัว ( ถ้า 1 ตัวคงใช้เวลานานเป็นปี นี่เก้าร้อยตัวไม่ใช้เวลาเป็นร้อยปีเลยหรือ ) ซึ่งตออนนี้ได้มีการสรุปออกมาแล้วว่าเจ้าโมอายนั้นเกิดจากการแกะสลักของชนเผ่าเดิมบนเกาะหรือชาวโพลีโนเชียน โดยใช้หินภูเขาไฟในการแกะสลักซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าหินที่ใช้เป้นหุ่นของโมอายนั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
บทความใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น